5 วิ ธีเลี้ยงลูกให้แกร่งเหมือนนกอินทรี

พ่อแม่ยุคใหม่ชอบเลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหิน จนหลงลืมไปว่าลูกก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า และหากยังเลี้ยงลูกเหมือนกะบไข่ในหินอยู่ ลูกจะเติบโตมาเป็นคนที่เข้มแข็งได้อย่ างไร วันนี้เราจึงอย ากที่จะพ่อแม่ยุคใหม่ไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูกของนกอินทรี เพื่อให้ลูกเติบโตมาเป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตรอ ดได้สังคมทุกวันนี้ กับบทความ 5 วิ ธีเลี้ยงลูกให้แกร่งเหมือนนกอินทรี ไปดูกันว่านกอินทรีเลี้ยงลูกอย่ างไร ลูกนกถึงเติบโตมาเป็นพญานกอินทรีที่แข็งแกร่งได้

พ่อแม่บางคน กลัวลูกลำบาก จึงหวังดีเลี้ยงลูก แบบไข่ในหิน ไม่ค่อยให้เขาได้เผชิญความลำบาก อย ากให้ลูกสบาย จึงทำให้พวกเขา ติดความสบาย จนเคยตัวเมื่อเติบโตขึ้น จึงมักพึ่งพาตนเองไม่ค่อยได้ ส่วนพ่อแม่อีกกลุ่ม อย ากให้ลูกมีคุณภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ก็ให้แบบทดสอบชีวิต ที่ลำบากเกินกว่าวัย ทำให้รู้สึกกดดัน มากเกินไป ทำให้ดื้อเกเร

และไม่เชื่อฟังพ่อแม่อีกเลยก็มี หากคุณคิดว่า คุณเลี้ยงลูกถูกต้องแล้ว ลองมาดูวิธีการเลี้ยงลูก แบบนกอินทรีกันดีกว่า เพราะนกอินทรี มีการเลี้ยงดู และฝึกฝนลูกๆ ในแบบเป็นขั้นเป็นตอน เหมาะสมกับวัยกว่าจะได้มา เป็นเจ้าแห่งท้องฟ้านั้น ลูกนกอินทรีนั้นต้องผ่านอะไรกัน มาบ้าง ลองมาดูกัน ก่อนที่จะวางไข่ ทั้งพ่อและแม่นกอินทรี จะช่วยกันสร้าง รังบนหน้าผาที่สูงชัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรบกวน จากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และฝึกลูกให้ชินกับพื้นที่สูงๆ ที่มีอากาศ ห า ยใจน้อยและเบาบาง

1 แม่นกจะวางก้อนหินก้อนใหญ่ๆ วางล้อมกรอบเป็นวงขนาดพอตัว

2 แม่นกจะวางท่อนไม้ ท่อนโตๆไขว้กันไปมา เพิ่มความแข็งแรงของรัง

3 แม่นกจะวางกิ่งไม้ ที่มีหนามขนาดใหญ่ วางพลาดระหว่างท่อนไม้ซ้อนไปมา

4 แม่นกจะวางใบไม้หนาๆเพื่อป้องกัน หนามที่แหลมคมจากกิ่งไม้ และเป็นพื้นนอนได้

5 แม่นกจะจิกขนอ่อนใต้ปีก ของตนเอง อ กมาทำเป็นที่นอนนุ่มๆ สำหรับให้ลูก นอนสบาย พ่อและแม่นกอินทรี จะคอยดูพัฒนาการ ของลูกๆในรัง เมื่อใช้เวลาเลี้ยงลูกน้อย ในรังจนเติบโตได้ ในระดับหนึ่ง จนสามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว แม่นกจะเริ่มฝึก

ลูกนกอินทรีย์ แบบเป็นขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนสำคัญ ของการฝึกลูกนกอินทรี ในรังแบบ 5 ชั้น

ขั้นที่ 1

แม่นกเริ่มคาบ เอาขนที่อ่อนนุ่ม ออ กจากรัง เพื่อไม่ให้ได้นอนสบายเหมือนเดิม ลูกจะเริ่มได้เรียนรู้ ถึงความลำบาก ซึ่งแรกๆ ลูกจะร้อง แต่ต่อมาจะค่อยๆ ปรับตัวได้ในที่สุด

ขั้นที่ 2

เอาใบไม้ออ ก จากรังจนหมด จนเหลือแต่กิ่งไม้แข็งๆ ไว้เป็นที่นอน ซึ่งลูกนก ก็จะต้องพย าย าม นอนให้ได้ และต่อมา ลูกนกจะเริ่มชิน กับการนอนแบบนี้ ซึ่งการนอนบนหนาม ก็มีข้อ ดีคือ เมื่อนอนพลิกตัวไปมา จะโดนหนาม ทำให้ฝึกสัญช าตญาน ให้รู้สึกตัวอยู่ตลอ ดเวลา และต้องมีสติแม้เวลานอนก็ต าม

ขั้นที่3

เอากิ่งไม้ที่มีหนามออ ก คราวนี้ไม่มีให้นอน ดังนั้นลูกนกจะต้อง เรียนรู้ที่จะใช้ขาเกาะกิ่งไม้ ให้แข็งแรง เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง แล้วลูกนก ต้องสามารถหลับได้โดย การเกาะกิ่งไม้นอน

ขั้นที่ 4

เอากิ่งไม้ออ ก เหลือเฉพาะรากฐาน ที่เป็นก้อนหิน เป็นพื้นแข็งซึ่งคราวนี้ แหละจะลำบากที่สุด เพราะไม่มีแม้ แต่กิ่งไม้ให้เกาะ เพื่อสร้างความอ ดทน ให้ลูกทุกตัว เตรียมพร้อมที่จะบิน

ขั้นที่ 5

สอนบิน แม่นกจะเริ่มคาบลูกนกทีละตัว แล้วบิน ขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อให้ลูกนกได้เห็นโลกกว้าง ที่ไม่เคยเห็น มาก่อน และ ให้เคยชินกับอากาศเย็นๆ มีลมพัดแรงๆ ในที่สูงๆ จากนั้นก็จะนำลูกนก กลับรัง และเปลี่ยนเอาตัวอื่นๆ ไปจนครบหมดทุกตัว วันต่อๆมา แม่นกจะไม่คาบลูกนกบิน แต่จะกางปีก ลงไปที่รัง แล้วให้ลูกนกปีนขึ้น มาบนปีกของแม่แทน จากนั้นแม่นก ก็จะพาบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

และพา ลูกนกกลับมาคืนรัง โดยทำแบบนี้วนซ้ำไปเรื่อยๆ คราวนี้แม่นกพาบินทีละตัว แม่นกบินไปมา อย่ างรวดเร็ว ขึ้นลงบนท้องฟ้า แม่นกเริ่มพาลูกบินสูงขึ้น และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ลูกนกยังไม่ทันได้ ตั้งตัว แม่นกก็สลัดปีกตัวเองอย่ างแรง จนลูกนกตัวน้อย ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ และตกลงมาอย่ างรวดเร็ว ลูกนกตกใจ ได้แต่ร้องดังลั่น และพย าย ามกางปีกออ ก เพื่อประคองตัวเอง พอใกล้จะถึงพื้น ลูกนกยังไม่ทัน จะได้กางปีกออ ก แม่นกก็บิน มาโฉบรับลูก

ก่อนจะถึงพื้นได้อย่ างแม่นยำ และพาลูกนกกลับ รังอย่ างปลอ ดภั ย แล้วแม่นกก็จะเริ่มฝึกลูกแบบนี้ทุกตัว จนกว่าลูกจะสามารถ กางปีกและบินเองได้ ในที่สุดเมื่อถึงวันนั้น หน้าที่ของพ่อแม่นกเหล่านี้ก็ เรียกได้ว่าสำเร็จแล้ว ลองหันกลับมาถาม ตัวคุณดูซิว่า คุณเลี้ยงลูกได้ถูกทางแล้วหรือยัง คุณกำลังฝึกทักษะต่างๆ ให้ลูกสามารถ เอาตัวรอ ดบนโลกใบนี้ ได้ด้วยตัวเอง โดยเหมาะสม ไปต ามวัยอันควรหรือไม่ หรือคุณกำลัง เร่งรัดลูกมากเกินไป จนอาจทำให้ลูกๆ รู้สึกอึดอัด และไม่ค่อย เชื่อฟังคำสั่ง หรือคุณกำลังช่วยเหลือลูกๆทุกอย่ าง

มากเกินไป โดยไม่ปล่อยให้พวกเขา หัดทำอะไรเองไหม พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ต้องรักและเลี้ยงดูให้ถูกทางด้วยนะคะ เพราะหากคุณโอ๋ลูกมากจนเกินไป สุดท้ายแล้วเมื่อเติบโตขึ้น พวกเขาอาจไม่ใช้ ผู้ใหญ่ที่ปีกกล้า ขาแข็งมากพอ ที่จะพึ่งพาตัวเองได้ ดังนั้นควรปล่อยให้เขา ได้เรียนรู้และ ช่วยเหลือตัวเอง ให้ได้ ต ามความเหาะสมในแต่ละวัย ไม่เร่งรัด หรือ กดดัน มาก เกินไป แต่ก็ไม่เข้าไปช่วยเหลือ จนลูกๆ ทำอะไรเองไม่เป็น ถ้ารักลูก ต้องรักให้ถูก และเลี้ยงลูกให้เป็น

ที่มา bitcoretech, stand-smiling